Hotel Indigo Alishan รีวิว|สระไร้ขอบและลานดูดาวชั้นดาดฟ้า

ที่พักบนอาลีซานแต่ไหนแต่ไรมีแต่โรงแรมบนเขาเจ้าเก่ากับเกสต์เฮาส์ จนกระทั่ง โรงแรม Hotel Indigo Alishan เปิดขึ้นกลางขุนเขา อาลีซานจึงมีดีไซน์โฮเทลของเครือโรงแรมระดับโลกเพิ่มมาอีกหนึ่งแห่ง บทความนี้พาเดินครบหนึ่งรอบด้วยภาพถ่ายจริง: ห้องพักหน้าตาเป็นยังไง สระเล่นน้ำไร้ขอบกับลานดูดาวชั้นดาดฟ้าเป็นแบบไหน บุฟเฟ่ต์สองมื้อมีอะไรบ้าง และคำถามที่ใช้งานได้จริงที่สุด — ขึ้นเขายังไง แล้วพักที่นี่ควรจัดทริปแบบไหน
โรงแรมนี้เป็นโรงแรมแบบไหน
Indigo คือแบรนด์ดีไซน์โฮเทลในเครือ IHG จุดเด่นคือแต่ละสาขาหยิบวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเล่าเป็นงานออกแบบ ไม่ทำห้องพักสูตรสำเร็จแบบเชนทั่วไป สาขาอาลีซานเปิดอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 18 (ถนนอาลีซาน) ในอำเภอฟานลู่ จังหวัดเจียอี้ ป้ายหินก้อนมหึมาริมถนนสลักชื่อโรงแรมพร้อมข้อความว่าอยู่ในเครือ IHG เป็นหมุดหมายที่ขับผ่านแล้วยากจะพลาดสายตา
ตัวอาคารใช้ไม้ระแนง หินล้าง และหินธรรมชาติเป็นหลัก กดตัวอาคารให้เตี้ยแล้วทอดยาวไปตามแนวสันเขา ไม่แย่งซีนวิวภูเขา อาคารห้องพักเป็นระเบียงไม้ระแนงสีน้ำตาลอมส้มเรียงยาวทั้งแถบ มองลงมาจากที่สูงจะเห็นซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เข้ากับแนวสันเขาด้านหลังได้ดีอย่างไม่คาดคิด


องค์ประกอบท้องถิ่นกระจายอยู่ทุกมุม ตามแบบฉบับที่ Indigo ทำมาตลอด: เพดานล็อบบี้ห้อยกระบอกไม้ไผ่หลากสีเต็มผืน พรมทางเดินเปลี่ยนเป็นสีเขียวป่าเขา หัวมุมชั้นห้องพักมีนกสาลิกาไต้หวันสานลวดยืนอยู่ ของพวกนี้ไม่ได้ทำให้ร้องว้าวตั้งแต่แรกเห็น แต่พักสักวันจะค่อย ๆ รู้สึกว่าทั้งอาคารกำลังเล่าเรื่องเดียวกันอยู่


ห้องพัก: ไม้ระแนง โซฟาริมหน้าต่าง และกระจกเต็มผนัง
ห้องพักเล่นโทนไม้อบอุ่น: หัวเตียงเป็นผนังไม้ระแนง ผ้าลายเรขาคณิต หมอนอิงโทนน้ำเงิน คู่กับกระจกบานสูงเต็มผนังหนึ่งด้าน โซฟาริมหน้าต่างกับโต๊ะกลมไม้คือมุมที่สบายที่สุดในห้อง มีตะกร้าผลไม้ต้อนรับวางไว้ ในห้องยังมีมินิบาร์สีเขียวพร้อมโต๊ะเก้าอี้ทรงสูง บางประเภทห้องมีระเบียงส่วนตัวพร้อมเก้าอี้สานให้นั่งเอกเขนกได้ด้วย ทิศทางที่ห้องหันไปขึ้นอยู่กับประเภทห้อง (ห้องที่ถ่ายมานี้นอกหน้าต่างเป็นสวนของโรงแรม) ถ้าอยากได้วิวแบบไหนเป็นพิเศษ แนะนำให้สอบถามโรงแรมโดยตรงตอนจอง


ห้องน้ำเป็นอีกจุดที่ได้คะแนนเพิ่ม: อ่างอาบน้ำหินทรงกลมแบบตั้งพื้นคู่กับผนังหินอ่อนลายสานเรขาคณิต ตอนแช่น้ำถ้าเปิดม่านม้วนออก แสงจะทะลุกระจกบานสูงเข้ามา กลางคืนบนเขาอากาศเย็น แช่น้ำให้อุ่นก่อนแล้วค่อยขึ้นดาดฟ้าไปรับลมจะสบายกว่า — สลับลำดับกันเมื่อไหร่จะรู้สึกหนาวขึ้นมาทันที


ไฮไลต์ตัวจริงอยู่ชั้นดาดฟ้า: สระไร้ขอบกับลานดูดาว
สิ่งที่ทำให้คนจำโรงแรมนี้ได้จริง ๆ คือชั้นดาดฟ้า ป้ายบอกทางไล่เรียงสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ห้าอย่างรวดเดียว: 'aveoveoyu bar บาร์, stargazing deck ลานดูดาว, pool สระเล่นน้ำวิวภูเขา, outdoor shower จุดอาบน้ำกลางแจ้ง และ jacuzzi อ่างสปาน้ำวน ทั้งหมดรวมอยู่ชั้นเดียวกัน ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำเดินครบได้เลย


สระเล่นน้ำวิวภูเขาเป็นแบบไร้ขอบ ก้นสระปูโมเสกลายเรขาคณิตสีน้ำเงินสลับแดง ผิวน้ำล้นข้ามขอบสระไปต่อกับหุบเขาและทะเลหมอกไกล ๆ พอดี เก้าอี้อาบแดดกับร่มโดมสีขาวเรียงรายรอบสระ ป้ายประกาศคุณภาพน้ำหน้างานระบุเวลาเปิด 06:00–22:00 อุณหภูมิน้ำราว 30°C — บนเขาอุณหภูมิเช้าเย็นต่างกันมาก น้ำ 30 องศาลงแช่แล้วกำลังดี ทั้งนี้ยึดตามประกาศ ณ วันที่เข้าพัก
เรื่องที่สระเปิดตั้งแต่หกโมงเช้าเป็นข้อมูลที่ควรจดไว้: ช่วงเช้าตรู่แทบไม่มีคนที่สระเลย หมอกภูเขายังไม่จาง เป็นช่วงที่เงียบที่สุดของทั้งวัน ถ้าอยากถ่ายรูปก็ช่วงนี้ดีที่สุด เพราะยังไม่มีผ้าเช็ดตัววางบนเก้าอี้อาบแดด และผิวน้ำยังไม่มีระลอกคลื่น


เคาน์เตอร์บริการริมสระเตรียมผ้าเช็ดตัวพับเรียบ เสื้อคลุมอาบน้ำ และน้ำดื่มที่พิมพ์ชื่อโรงแรมไว้ให้ ไม่ต้องเดินกลับไปหยิบที่ห้อง ข้าง ๆ กันตั้งป้ายประกาศผลตรวจคุณภาพน้ำ ระบุอุณหภูมิ คลอรีนตกค้าง ค่า pH และวันที่ตรวจไว้ชัดเจน ถ้าพาเด็กมาด้วยแวะดูสักนิดก่อนลงน้ำก็ดี


พอฟ้ามืด ชั้นดาดฟ้าก็เปลี่ยนโฉมไปอีกแบบ: ไฟ LED สีแดงเป็นเส้นสาดทางเดินและบันไดให้สว่าง เคาน์เตอร์สีแดงของ 'aveoveoyu bar กับเก้าอี้สูงเรียงยาวกลายเป็นตัวเอก โซนเก้าอี้อาบแดดจุดไฟดวงเล็ก ๆ ไว้ เครื่องดื่มต้อนรับให้บริการเวลา 16:00–22:00 นอกจากน้ำผลไม้ น้ำอัดลม และกาแฟแล้ว รายการชาทั้งแถวคือรสชาติท้องถิ่นล้วน ๆ — ชาจินเซวียนอาลีซาน ชาอูหลงอาลีซาน ชาดำกลิ่นน้ำผึ้งอาลีซาน และยังมีไวน์แดง ไวน์ขาว กับสปาร์กลิงไวน์ให้เลือก ในเมนูระบุว่าใช้แลกได้เฉพาะกับคูปองเครื่องดื่มต้อนรับ ตอนเช็กอินอย่าลืมถามเคาน์เตอร์ว่าห้องที่จองมารวมคูปองนี้ไว้ด้วยหรือเปล่า






บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ: ซีฟู้ดจานเย็นและซาชิมิ
มื้อค่ำบนเขาแทบไม่มีทางเลือกอื่น — ย่านนี้พอฟ้ามืดแล้วหาที่กินข้างนอกลำบาก คนส่วนใหญ่จึงจบมื้อที่โรงแรมเลย ดีที่ห้องอาหารจัดมาแบบไม่ขี้เหนียว บนไลน์บุฟเฟ่ต์มีหอยนางรม ปู หอยตลับ และกุ้งลวกสี่ถาดใหญ่วางเรียงบนม่านไม้ไผ่ ด้านหลังเป็นแถวไวน์แบรนด์ของโรงแรมเองที่พิมพ์ชื่อโรงแรมไว้บนฉลาก
โซนซาชิมิมีป้ายชื่อระบุแซลมอนนอร์เวย์ ทูน่าตงกั่ง และปลาหางเหลืองญี่ปุ่น ข้าง ๆ วางการ์ดสีแดงเตือนเรื่องความปลอดภัยของอาหาร ให้แยกจานอาหารดิบกับอาหารสุก ซีฟู้ดออกเร็วแต่ก็เก็บเร็วเหมือนกัน ถ้าตั้งใจมากินหอยนางรม เข้าห้องอาหารเร็วหน่อยจะชัวร์กว่า


นอกจากจานเย็น สลัดบาร์ใส่ผักสดมาในหม้อเหล็กหล่อสีน้ำเงินเข้ม ป้ายน้ำสลัดเขียนไว้ว่าเธาซันด์ไอส์แลนด์ น้ำสลัดญี่ปุ่นมัสตาร์ดเมล็ด และงาขาว ส่วนท็อปปิ้งใส่ครกหินมาทั้งถั่วลันเตาอบวาซาบิ ถั่วลิสง และแครนเบอร์รีอบแห้ง โซนขนมปังเป็นบาแกตต์ปักในผ้าขาว ขนมปังชนบทหั่นสด ถัดไปติด ๆ กันคือหม้อดินของอาหารร้อน


ตัวห้องอาหารเองก็น่าดู: ฝ้าเพดานลายไม้คู่กับโคมทรงกลมสีทอง เบาะบูธกำมะหยี่สีน้ำเงินจับคู่เก้าอี้สีแดง ฉากกั้นเป็นงานติดตั้งแท่งเรียวไล่สีเขียว-เหลือง ซอยพื้นที่รับประทานอาหารออกเป็นโซนย่อย ๆ นั่งโซนไหนก็ให้ความรู้สึกต่างกันไปคนละแบบ


มื้อเช้า: ขนมปังโฮมเมดรสอาลีซาน
มื้อเช้าเป็นบุฟเฟ่ต์เช่นกัน ที่จำได้ขึ้นใจที่สุดคือกระดานดำของโซนขนมปัง ที่เขียนไว้ตรง ๆ ว่า “ขนมปังโฮมเมดรสอาลีซาน” พร้อมรายการประจำวัน: ขนมปังสับปะรดชาดำกลิ่นน้ำผึ้ง ครัวซองต์เกลือวาซาบิ และขนมปังโชกุปังหมักเหล้าข้าวฟ่างกับพริกไทยภูเขามาเกา — ทั้งสามชื่อใส่วัตถุดิบท้องถิ่นไว้ในตัว เป็นมื้อเช้าที่มีให้กินเฉพาะโรงแรมบนเขาเท่านั้น รายการเปลี่ยนทุกวัน ดูกระดานสักรอบก่อนค่อยตัดสินใจว่าจะหยิบอะไรดีกว่า
ฝั่งอาหารไต้หวันก็ไม่ได้ทำแบบขอไปที: เคาน์เตอร์อาหารร้อนวางปาท่องโก๋ เนื้อตุ๋น มันเทศอบ และถาดเห็ดเรียงยาว ส่วนโซนโจ๊กใช้หม้อดินใบเล็กเรียงเป็นแถว ใส่หมูหยอง หน่อไม้ฝอย ผักกาดดอง และเต้าหู้ยี้ไว้เป็นเครื่องเคียง น้ำเต้าหู้ต้มสด โซนปรุงสดสั่งได้ทั้งผักลวก บะหมี่แห้งราดหมูสับ และข้าวราดหมูสับ — เช้าบนเขาอากาศหนาว ของร้อนสักชามช่วยได้มากกว่าอะไรทั้งนั้น


โซนจานเย็นกับผลไม้สีสวยที่สุด: สลัดกรีก สาหร่ายคอมบุกับเห็ดคลุกน้ำสลัด วางคู่กับขวดน้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชูเรียงยาว ในตู้แช่มีแก้วมังกร แคนตาลูป องุ่นหั่นพร้อมกินและน้ำผลไม้แยกเป็นชั้น ๆ ตักมาสักจานแล้วไปนั่งริมหน้าต่าง นอกหน้าต่างคือภูเขา


อิ่มแล้วเดินออกมาที่ล็อบบี้ แสงเช้าผ่านกระจกเต็มผนังกับเก้าอี้หลากสี คือการเริ่มต้นวันที่สบายที่สุด ตรงนี้ยังเป็นมุมนั่งรอรถรับส่งหรือรอคนขับที่ดีอีกด้วย
ขึ้นเขายังไง: การเดินทางและรถรับส่ง
โรงแรมอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 18 (ถนนอาลีซาน) จากสถานีรถไฟความเร็วสูงเจียอี้หรือตัวเมืองเจียอี้ขับรถขึ้นเขาราว 1 ชั่วโมงกว่า (ขึ้นอยู่กับสภาพจราจรและฤดูกาล) เส้นทางช่วงนี้โค้งเยอะ บางช่วงถนนแคบ แถมยังเจอหมอกภูเขาและหมอกช่วงบ่ายบ่อย ๆ คนที่ไม่ชินทางเขาขับแล้วเปลืองสมาธิพอสมควร ถ้าวันเดียวกันยังตั้งใจขึ้นต่อไปอุทยานแห่งชาติป่าอาลีซานอีก ทั้งวันจะยิ่งเปลืองแรง
ความต่างของการขึ้นเขาสามแบบ:
| วิธี | เหมาะกับใคร | เรื่องที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| ขับรถเอง | ชินทางเขา อยากให้ทริปอิสระเต็มที่ | โค้งเยอะ หมอกลงง่าย ขาลงยิ่งขับแล้วเหนื่อยกว่า |
| รถรับส่งของโรงแรม | ไปแค่อุทยานฯ หรือเฟิ่นฉีหู ยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้ | ต้องจองที่เคาน์เตอร์ ขึ้นตามช่วงเวลาที่ประกาศไว้ |
| เหมารถ | มากับผู้สูงอายุและเด็ก อยากร้อยหลายจุดและหลายที่พัก | ต้องจัดล่วงหน้า กำหนดเส้นทางและเวลาแวะได้เอง |
โรงแรมมีรถรับส่งไป-กลับอุทยานแห่งชาติป่าอาลีซานและเฟิ่นฉีหู ต้องติดต่อจองที่เคาน์เตอร์ล็อบบี้ (รอบรถยึดตามประกาศ ณ วันที่เข้าพัก) ให้ขึ้นรถตามช่วงเวลาที่ประกาศไว้ที่เคาน์เตอร์ เหมาะกับคนที่แผนเที่ยวไม่ซับซ้อนและยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้
แต่ถ้ามากับผู้สูงอายุและเด็กเล็ก หรืออยากร้อยตัวเมืองเจียอี้ เฟิ่นฉีหู อุทยานแห่งชาติป่าอาลีซาน และทะเลสาบสุริยันจันทราเข้าด้วยกันรวดเดียว การเหมารถจะประหยัดแรงกว่ามาก: คนขับรับผิดชอบถนนภูเขาทั้งหมด กระเป๋าเดินทางเข้าโรงแรมตรง ๆ อยากอยู่จุดไหนนานหน่อยก็ไม่ต้องคอยดูรอบรถ ทริปของ GO TAIWAN มีหลายเส้นทางที่ผ่านย่านนี้ — ชิงจิ้ง+ทะเลสาบสุริยันจันทรา+อาลีซาน ทริปพักผ่อน 3 วัน และ ไถจง+ทะเลสาบสุริยันจันทรา+อาลีซาน ทริปครอบครัว 3 วัน ส่วนรอบเกาะ 7 วันมหัศจรรย์ธรรมชาติ วันสุดท้ายก็คืออาลีซานเช่นกัน ถ้าออกเดินทางจากทางใต้ ก็ต่อยอดเหมารถเกาสงขึ้นเขามาได้เหมือนกัน
พักที่นี่ จัดทริปยังไงได้บ้าง
- วันที่มาถึง: เช็กอินช่วงบ่ายแล้วขึ้นชั้นดาดฟ้าเลย ลงแช่สระ จิบเครื่องดื่มต้อนรับพลางมองวิวภูเขา พอฟ้ามืดค่อยย้ายไปลานดูดาวกับบาร์
- เช้าวันรุ่งขึ้น: ถ้าจะตื่นดูพระอาทิตย์ขึ้น ต้องขึ้นไปต่อที่อุทยานแห่งชาติป่าอาลีซานเพื่อนั่งรถไฟชมพระอาทิตย์ขึ้น (ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ) ถ้าไม่เร่งไปดูพระอาทิตย์ ริมสระตอนหกโมงเช้าแทบไม่มีคน ก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง
- ช่วงกลางวัน: หมู่ต้นไม้ยักษ์กับรถไฟเล็กในอุทยานแห่งชาติป่าอาลีซาน และถนนเก่าเฟิ่นฉีหูกับข้าวกล่องรถไฟ คือสองชุดคู่หูที่คนจัดกันมากที่สุด
- วันลงเขา: แวะระหว่างทางที่ตัวเมืองเจียอี้ กินข้าวหน้าไก่แล้วเดินหมู่บ้านฮิโนกิ ก่อนต่อรถไฟความเร็วสูงหรือไปจุดหมายถัดไป
อยากดูวิธีจัดเส้นทางในไต้หวันเพิ่มเติม ลองอ่านการเปรียบเทียบ 6 วันกับ 7 วันในเหมารถรอบเกาะไต้หวันกี่วันถึงจะพอ ดูได้
เกร็ดก่อนเข้าพัก
- อุณหภูมิต่างกันมาก: บนเขาเช้าเย็นค่อนข้างเย็น ต่อให้เป็นหน้าร้อนก็ควรพกเสื้อคลุมบาง ๆ โดยเฉพาะตอนขึ้นจากสระ
- การจองห้อง: เสาร์อาทิตย์ วันหยุดยาว รวมถึงฤดูหิ่งห้อยและฤดูซากุระคนมักเต็ม แนะนำจองล่วงหน้า ราคาห้องและประเภทห้องยึดตามประกาศของช่องทางจองอย่างเป็นทางการ
- เมารถบนทางเขา: คนที่เมารถง่ายควรกินอาหารแต่น้อยก่อนขึ้นเขา เตรียมยาแก้เมารถไว้ และนั่งเบาะหน้าจะสบายกว่า
- สองมื้อกินที่โรงแรม: ย่านนี้พอฟ้ามืดแล้วหาที่กินข้างนอกลำบาก มื้อค่ำแนะนำให้ซื้อเพิ่มตอนจองห้อง หรืออย่างน้อยเช็กช่วงเวลาให้บริการไว้ก่อน
- สิ่งอำนวยความสะดวกและอาหาร: การจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกและรายการอาหารปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล ยึดตามหน้างานเป็นหลัก
อยากใส่ Hotel Indigo Alishan เข้าไปในทริปไต้หวัน แต่ไม่อยากขับถนนภูเขาเอง? บอกจำนวนคน วันเดินทาง และจุดที่อยากไปกับที่ปรึกษาการเดินทางของ GO TAIWAN เราจะช่วยร้อยที่พักกับเส้นทางรถของแต่ละวันเข้าด้วยกันให้เอง หรือจะดูทริปห้าธีมหลักที่หน้าแรกก่อนว่ามีจังหวะแบบไหนที่ถูกใจก็ได้เหมือนกัน
คำถามที่พบบ่อย
โรงแรม Hotel Indigo Alishan อยู่ตรงไหน? ขับรถนานแค่ไหน?
โรงแรมตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 18 (ถนนอาลีซาน) ในอำเภอฟานลู่ จังหวัดเจียอี้ อยู่ระหว่างทางขึ้นอาลีซานพอดี จากสถานีรถไฟความเร็วสูงเจียอี้หรือตัวเมืองเจียอี้ขับรถขึ้นเขาราว 1 ชั่วโมงกว่า เส้นทางเป็นถนนภูเขาโค้งเยอะ แนะนำให้คนขับที่ชำนาญสภาพเส้นทางเป็นผู้ขับ เวลาเดินทางจริงขึ้นอยู่กับสภาพจราจรและฤดูกาล
สระไร้ขอบชั้นดาดฟ้าเปิดให้ใช้ตอนไหน?
ตามป้ายประกาศผลตรวจคุณภาพน้ำหน้างานของโรงแรม สระเล่นน้ำวิวภูเขาเปิดเวลา 06:00–22:00 อุณหภูมิน้ำราว 30°C ชั้นดาดฟ้ายังมี stargazing deck, jacuzzi และ outdoor shower อยู่ในชั้นเดียวกัน เวลาเปิดจริงยึดตามประกาศ ณ วันที่เข้าพัก
พักที่ Hotel Indigo Alishan แล้วเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกไหม?
จากระเบียงชั้นดาดฟ้ามองเห็นทิวเขาสลับชั้นกับทะเลหมอกได้ (ภาพที่ถ่ายมาเป็นทะเลหมอกช่วงกลางวัน) วิวจากห้องพักขึ้นอยู่กับประเภทห้อง สอบถามโรงแรมตอนจองไว้ก่อนได้เลย ส่วนพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูเขาจู้ซานอันเป็นภาพคลาสสิกของอาลีซาน ต้องขึ้นไปต่อที่อุทยานแห่งชาติป่าอาลีซานเพื่อนั่งรถไฟชมพระอาทิตย์ขึ้น ต้องตื่นเช้ามากและจัดการเรื่องรถล่วงหน้าด้วย
ไม่ได้ขับรถมาเอง จะขึ้นเขายังไง?
โรงแรมมีรถรับส่งไปยังอุทยานแห่งชาติป่าอาลีซานและเฟิ่นฉีหู ต้องติดต่อจองที่เคาน์เตอร์ล็อบบี้ (รอบรถยึดตามประกาศ ณ วันที่เข้าพัก) ถ้ามากับผู้สูงอายุและเด็กเล็ก หรืออยากร้อยเจียอี้ อาลีซาน และเฟิ่นฉีหูให้เป็นเส้นทางเดียวกัน การเหมารถคือวิธีที่สบายแรงที่สุด คนขับจะจัดการรับส่งของแต่ละวันตามที่พักให้เอง


